เจาะลึก “DELTA” หุ้นร้อนราคาแรงพุ่ง 1000%

หุ้นใหญ่แซงหน้า CP-AIS-SCB กับประโยคคาสสิค “รู้งี้”

แวดวงตลาดทุนลุกเป็นไฟอีกครั้งพร้อมกับประโยคคลาสสิคว่า “รู้งี้…” รู้งี้ซื้อตั้งแต่ต้นปี, โห!! รู้งี้มีบ้านขายบ้านมีรถขายรถไปลงทุนแล้ว, รู้งี้ไม่น่าขายก่อน สารพัดประโยคเข้ามาในแวดวงตลาดหุ้นไทย พร้อมกับสารพัดเซียนกูรูออกมาวิเคราะห์ หลังเกิดหุ้นกระแสแรงสุดฉุดไม่อยู่ที่ชื่อว่า “DELTA”

วันนี้เลยจะพาไปรู้จักว่า DELTA คือหุ้นอะไร ทำธุรกิจอะไร?

แต่ก่อนจะทำความรู้จัก ต้องดูความร้อนแรงของหุ้นตัวนี้ก่อนว่าแรงแค่ไหน หุ้นเดลต้า (DELTA) ตัวนี้ถือว่าแรงสุดในตลาดปีนี้เลย เพราะหากนับจากต้นปีมีการปรับตัวขึ้นมาถึง 900% ใกล้ๆจะถึง 1,000% แล้วด้วย

ขนาดธุรกิจหรือมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ราว 6.69 แสนล้านบาท ใหญ่มากๆ ใหญ่สุดๆ ใหญ่แบบฉุดไม่อยู่ ให้เห็นภาพชัดว่าใหญ่แค่ไหน ขนาดหุ้น CPALL ที่มีร้าน 7-11 ทั่วประเทศ ครอบครองอาณาจักรค้าปลีกกับห้างค้าส่งแมคโคร หรือสุดยอดอาณาจักรโรงพยาบาลอย่าง BDMS ที่ครอบครองทั้ง โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลเปาโล ไปจนถึงค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ที่มีคนใช้มากที่สุดอย่าง AIS ธุรกิจที่พูดมาเหล่านี้ก็ยังเล็กกว่า “DELTA”

จนบอกได้ว่าปัจจุบันขนาดหุ้นของ DELTA เป็นรองเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น คือ PTT ผู้กุมชะตาธุรกิจพลังงานของประเทศไทยไว้ ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท และ AOT การท่าอากาศยานไทย ที่มีสนามบินอยู่ในมือถึง 6 แห่งด้วยกัน 8.7 แสนล้านบาท

เมื่อยิ่งใหญ่ขนาดนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือเข้าทำธุรกิจอะไร?

DELTA ที่โด่งดังสุดตอนนี้ ไม่ได้พึ่งทำธุรกิจมาไม่กี่ปี แต่เริ่มก่อตั้งในปี 2531 แล้วเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นมาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งนิยามตนเองว่าเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการออกแบบ การผลิตและให้บริการธุรกิจโซลูชั่นส์สำหรับการจัดการพลังงานและการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ พัดลมระบายความร้อน อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ และ โซลินอยด์

ลักษณะธุรกิจของบริษัทนี้ ตามข้อมูลที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ คือ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power Management Solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้

ผลิตภัณฑ์หลักๆ ก็ได้แก่ ระบบจัดการพลังงานสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ ยานยนต์ ระบบงานโทรคมนาคม ระบบงานอุตสาหกรรม สำนักงานอัตโนมัติ อุตสาหกรรมการแพทย์ รวมถึง เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า DC-DC และ อะแดปเตอร์ ทั้งนี้ เดลต้า ประเทศไทยยังเติบโตในธุรกิจโซลูชั่นส์สถานีชาร์จประจุไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติสำหรับงานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์และการจัดการพลังงาน ในระดับภูมิภาคเป็นอย่างมาก

ส่วนรายได้รวมของธุรกิจนั้น

2560 อยู่ที่ 50,330.16 ล้านบาท

2561 อยู่ที่ 53,937.24 ล้านบาท

2562 อยู่ที่ 51,896.67 ล้านบาท

2563 อยู่ที่ 45,525.28 ล้านบาท (9 เดือน)

สำหรับสาเหตุที่ราคาพุ่งขึ้นแบบมหาศาลขนาดนี้ อย่างแรก คือ กำไรของบริษัทที่ดีกว่าตลาดคาดไว้

เหตุผลถัดมาที่ต้องยอมรับว่า ธุรกิจของ DELTA ดันสอดรับได้อย่างพอดิบพอดีกับแนวโน้มของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก บวกกับภาครัฐก็มีทีท่าว่าจะดันตลาดนี้อย่างจริงจัง แถมเอกชนบางรายก็จะลงทุนสร้างฐานผลิตในประเทศไทย ด้วยธุรกิจของบริษัทก็ตอบรับ ทั้ง สถานีชาร์จประจุไฟฟ้า, ระบบพลังงานหมุนเวียน, ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงมอเตอร์

ดูได้จากตัวเลขของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่รายงานออกมาว่า ปี 2563 ที่คาดว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 คัน เพิ่มขึ้น 150% เทียบกับปี 62 โดยผู้บริโภคที่มีฐานะดี มีกำลังซื้อสูง ก็มีพฤติกรรมนิยมชมชอบในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นคันที่ 3-4 ประกอบกับแนวโน้มปีหน้า 2564 ก็คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 7,000 คัน หรือกว่า 200%

อีกข้อที่ขาดไม่ได้คือ กระแสนิวนอร์มอล ที่ทั่วโลกมีการล็อคดาวน์ ธุรกิจ Data Center ก็ตอบรับอย่างสวยหรูอีกแล้ว ยิ่งได้ประโยชน์เป็นอีกแรงหนุนสำคัญให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไป

ข้อนี้แม้จะไกลตัวหน่อย แต่ก็เป็นผลเชิงจิตวิทยาเช่นเดียวกัน คือ DELTA ในไต้หวันสามารถคิดค้นอุปกรณ์ตรวจโควิด-19 ได้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ บริษัท เดลต้า ไต้หวันพุ่งขึ้นกระฉูด

เมื่อภาพทุกอย่างมันดูดีไปหมด ราคาผลักดันตัวเอง มูลค่าตลาดของบริษัทก็โตขึ้นตามไปเป็นเงาตามตัว จึงได้รับเลือกเข้าไปคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2563 มีการปรับน้ำหนักการลงทุน ถัดมาด้วยดัชนี FTSE ที่เพิ่มหุ้น DELTA เข้ามาคำนวณในดัชนี FTSE SET Large-Cap Index เมื่อ 21 ธ.ค. ปิดท้ายด้วยเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 รอบใหม่ จึงได้แรงซื้อจากบรรดากองทุนอีกล็อตใหญ่ๆ

โดยฝ่ายวิจัยของ บล.เอเชียพลัส ได้ทำการวิเคราะห์ว่า หากเราตัดผลตอบแทนของ บริษัท DELTA ในปีนี้ออกไปจากดัชนีตลาดหุ้น จะพบว่า ดัชนีตลาดหุ้นจะลดลงเฉลี่ยประมาณ 55% จาก 1,400 จุด จะเหลือ 1,300 กว่าจุด เท่านั้น ทั้งยังมี มีน้ำหนักต่อ SET ประมาณ 5%

การพุ่งขึ้นขนาดนี้ จนบรรดาเซียนออกมาเชียร์ว่า หุ้น บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA จัดเป็นหุ้นห่านทองคำ หุ้น 15 เด้ง 20 เด้ง หุ้น 1,000% อะไรก็ตาม แต่ก็มีเสียงเตือนออกมาเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน เช่น บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯให้ระมัดระวังการเก็งกำไร การปรับขึ้นของราคาหุ้นอาจจะเริ่มร้อนแรงเกินไป

เมื่อราคารุนแรงเกินกว่าพื้นฐานความเป็นจริงเมื่อใด ก็พึงระวังไว้ว่า หุ้นซิ่งมาก ก็เสี่ยงมาก ถึงรอบการขายก็อาจติดดอยแบบ “รู้งี้… ไม่น่าเข้ามายุ่งเลย” ก็เป็นได้

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบแล้วว่า ไม่พบความผิดปกติในการซื้อขายหุ้นของบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก

Tell us about you

Find us at the office

Eastmond- Sukel street no. 62, 79540 Hanga Roa, Easter Island

Give us a ring

Jaquelinee Wrate
+74 201 709 645
Mon - Fri, 9:00-15:00

Reach out